รู้ไหมว่า...เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้คนละกี่ปี
ชีวิตนั้นสั้นยิ่งกว่าหยดน้ำค้างเสียอีก
จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
ถ้าเราใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ไปมัวหลับๆ ตื่นๆ
อยู่ในความรัก โลภ โกรธ หลง
หมั่นไส้คนนั้น ปลาบปลื้มคนนี้
ริษยาเจ้านาย ใส่ไคล้ลูกน้อง
ปกป้องภาพลักษณ์ (อัตตา) กด (หัว)
คนรุ่นใหม่หลงใหลเปลือกของชีวิต โดยลืมไปเลยว่า
อะไร คือ สิ่งที่ตนควรทำอย่างแท้จริง
คิดดูเถิดว่า เราจะขาดทุนขนาดไหน

ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า
'“น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง
ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน
ฆ่าชีวา คือ พร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด”'
คนเราไม่ควรพร่าเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก
เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส
กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ
กิเลสไม่เคยเหนื่อย
แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า

 

ควรคิดเสียใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมา
เพื่อที่จะชอบ หรือไม่ชอบใคร
หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบ หรือมาชัง
แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้
เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ
เอาเวลาที่รู้สึกแย่ๆ กับคนอื่นนั้น
หันกลับมามองตัวเองดีกว่า
ชีวิตนี้เรามีอะไรบ้างที่เป็นแก่นสาร
มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ
นอกจากนั้นก็ควรมองกว้างออกไปอีกว่า
เราได้ทำอะไรไว้ให้แก่โลกบ้างแล้วหรือยัง
คนทุกคนนั้นต่างก็มีดีมีเสียอยู่ในตัวเอง
ถ้าเราเลือกมองแต่ด้านเสียของเขา
จิตใจของเราก็เร่าร้อน หม่นไหม้

 

เวลาที่เสียไปเพราะมัวแต่สนใจด้านไม่ดีของคนอื่น
ก็เป็นเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างไร้ค่า
บางที่ คนที่เราลอบมอง ลอบรู้สึกไม่ดีกับเขานั้น
เขาไม่เคยรู้สึกอะไรไปด้วยกันกับเราเลย
เราเผาตัวเราเองอยู่ฝ่ายเดียว
ด้วยความหงุดหงิด ขัดเคืองและอารมณ์เสีย
วันแล้ววันเล่า สภาพจิตใจแบบนี้
ไม่เคยทำให้ใครมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมาได้เลย
ลองเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองโลกเสียใหม่ดีกว่า
คิดเสียว่าคนเราไม่มีใครดีพร้อม
หรือ เลวไม่มีที่ติไปเสียทั้งหมดหรอก
เราอยู่ในโลกกันคนละไม่กี่ปี
ประเดี๋ยวเดียวก็จะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว
มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระทำไม
อะไรที่ควรทำก็รีบทำเถิดปล่อยวางเสียบ้าง
ความโกรธ ความเกลียดนั้น

ก๊อปเขามาอีกที ไม่ได้คิดเองแม้แต่น้อย

Comment

Comment:

Tweet

ทฤษฎีสัมพันธภาพโลกและดวงอาทิตย์

...โลกและดวงอาทิตย์เกิดมาเมื่อไหร่ใครเป็นผู้สร้างเราไม่รู้แต่ที่รู้รู้ก็คือดวงอาทิตย์มีประโยชน์
ต่อสิ่งมีชีวิตในโลกทั้งหมด อย่างเอนกอนันต์ ต่อโลกเรานี้มาแสนนาน ตั้งแต่ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย
หากไม่มีแสงสว่าง และความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์แล้ว ก็คงไม่เกิดสิ่งที่มีชีวิตเป็นแน่แท้คงจะมีแต่แผ่นดิน
แล้วก็ความมืด ปกคลุมเท่านั้น...
...ดังนั้นดวงอาทิตย์มีแต่ให้กับให้กับเราอย่างไม่ขออะไรตอบแทนเปรียบเหมือนคนที่ทำความดี
โดยมิหวังสิ่งตอบแทนอันใดเลย โลกใบนี้มีแต่ได้กับได้จากดวงอาทิตย์อย่างเดียว ถ้าเราเป็นโลกแล้วมีคนมาช่วยดูแลเรา
โดยมิหวังสิ่งตอบแทน เราจะสำนึกที่จะตอบแทนเค้าไหม (มีแน่นอน)แต่เราและโลกใบนี้จะตอบแทนเค้าแบบไหนดีหล่ะ
ทุกวันนี้โลกเราใบนี้กำลังสะสมเชื้อไฟและพลังงานอะไรบางอย่างเพื่อตอบแทนความดีจากดวงอาทิตย์อยู่ คุณรู้ไหม ผมจะบอกให้กระจ่างแจ้งเลย
ตอนนี้โลกใบนี้เปรียบเหมือนถังเชื้อเพลิงใบใหญ่ ที่กำลังดูดซับพลังงานเชื้อเพลิง เชื้อติดไฟทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นธาตุหนักและธาตุเบา
มาเป็นเวลาหลายๆล้านๆปีแล้ว อยู่ๆมนุษย์ดันมาใช้ทรัพยากรของโลกที่โลกสะสมมาเป็นเวลาล้านๆปีเพื่อประโยชน์ของตัวเองโดยที่โลกนี้ไม่ยินยอม
จึงสั่นคลอนภัยต่างๆเกิดขึ้นมากมายเป็นการเตือนจากโลกของเราเองแต่ยังไม่ถึงเวลาทำลายโลกนี้หรอก จะบอกให้
เพราะถังน้ำมันพลังงานเชื้อเพลิงที่โลกสะสมรวมถึงก๊าซต่างๆในอากาศด้วยนะครับมันยังไม่เต็มพอที่จะเดินเครื่องได้ จุดชนวนได้
ถามว่าโลกกำลังจะทำอะไร ผมจะบอกให้ โลกของเรากำลังสะสมพลังงานจากชีวิตคน สัตว์ พืชพันธ์
เพื่อจุดตัวเองให้กลายเป็นดวงอาทิตย์ แต่คนเราดันไปขโมยของที่เค้าสะสมเพื่อเป็นพลังงานของโลกมาใช้เค้าก็จะทำร้ายเราเพื่อความสมดุลย์
กับพลังงานที่เค้าเสียไปยิ่งขโมยเค้ามากเท่าไหร่เค้าก็ยิ่งเอาคืนเท่านั้น แต่ให้ระวังพลังงานที่เค้าเสียไปนั้นมันไม่หายไปไหนเพียงแต่แปรสภาพไปเท่านั้น
สักวันมันก็หวนตกมาเป็นของเค้าอยู่ดี ไม่ไปไหนหรอก เมื่อคน สัตว์ พืช เป็นเชื้อไฟที่โลกต้องการแล้ว
เค้าจะให้เราอยู่เพื่อเพิ่มเผ่าพันธ์เพื่อให้กลายสภาพเป็นน้ำมัน หรือพลังงานให้เค้าสะสมจนฉ่ำในโลกนี้พร้อมที่จะจุดแล้ว...ไฟแช็คใต้โลกก็จะจุดตัวเอง
โลกนี้จะลุกเป็นไฟ กลายเป็นดวงอาทิตย์เผาทุกอย่างวอดวายไม่เหลือซาก จนกว่าจะหมดเชื้อไฟที่สะสม
เชื่อได้เลยว่าขณะที่โลกลุกเป็นไฟทั้งโลก ดวงอาทิตย์ของจริงก็หมดเชื้อไฟพอดี โลกเรานี้จะลุกเป็นไฟเพื่อช่วยดวงอาทิตย์ที่กำลังจะดับลง
ดวงอาทิตย์จะกลายตาลปัตรกลายเป็นโลกมนุษย์ค่อยๆเย็นตัวลงเย็นตัวลง กลุ่มก๊าซต่างๆรวมตัวกันเป็นน้ำเป็นอากาศที่พอเหมาะ
เพื่อจะสะสมพลังงานเช่นเดียวกับโลกที่กำลังลุกเป็นไฟ ดวงอาทิตย์ที่เย็นลงแล้วแต่แกนกลางยังร้อนอยู่
ก็จะสร้างเปลือกโลกใหม่ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตได้เกิดและวิวัฒนาการต่อไป ...
...สรุป...
...ทั้งโลกและดวงอาทิตย์ผลัดกันเป็นดวงอาทิตย์ผลัดกันเป็นโลกโดยสร้างเชื้อไฟพลังงานจากซากคน
ซากสัตว์ซากพืช สะสมเป็นล้านๆๆๆปี มาเป็นล้านๆครั้งแล้ว ไม่รู้จักจบสิ้น
ดวงอาทิตย์และโลกมีการดับและการเกิด สัมพันธ์กัน เกื้อกูลกัน โดยมีการสร้างสิ่งมีชีวิต เพื่อเป็นเชื้อเพลิงสะสมเหมือนกัน
มานานแล้ว
...ซักวันเราอาจจะได้ไปเกิดที่ดวงอาทิตย์เมื่อวันที่โลกใบนี้สะสมพลังจนเต็มถังแล้ว...
................โอ ระยอง......................

#4 By wirat (125.27.91.91) on 2010-04-13 05:18

จักรวาลและโลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร.....
...................................
...ผมตั้งคำถามนี้ในใจมาตลอดที่เกิดจำความเป็นมนุษย์มาได้
สงสัยโคตะระ สงสัยหาใน Google ก็ได้คำตอบแบบ
ยังต้องสงสัยต่อไปเรื่อยๆบทสรุปก็คือ...ไม่มีใครรู้ แน่นอน
แต่แล้วใน วันหนึ่ง...ขณะที่ผมกำลังขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อไปทานอาหารเจ
ฉับพลันหัวสมองของผมก็ตั้งคำถามเดิมๆมาอีกว่าสิ่งต่างๆที่เราเห็นและสัมผัส
ความเจ็บปวด ความจน ความทรมาน ความรู้สึก อารมณ์ต่างๆ เมียลูก
พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าที่ เจ้าทาง พระพรหม...
จนถึงโลกนี้จักรวาลนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ถามย้ำๆกับสมองตัวเอง
ช่วงหลังๆไม่รู้เป็นอะไร สมองของผมนั้น จะหาคำถาม และหา คำตอบเองแบบว่า
ส่วนมากจะเกี่ยวกับธรรมมะครับ ถามเองแล้วก็ตอบเองไม่ต้องคิดเข้าข้างตัวเองถามแล้ว
ก็รอคำตอบไม่ต้องคิดให้สมองเค้าตอบมาเองซึ่งก็ได้คำตอบที่น่าพอใจหลายๆครั้งครับ
ขณะที่ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า...โลกนี้จักรวาลนี้เกิดขึ้นได้ยังไง
เหมือนกับว่าหัวสมองมันอึ้งไปเลยคล้ายกับว่าคำถามนี้มันยากเหลือเกิน
สมองมันคิดของมันเองตอนแรกมันจะอื้อๆครับผมเองไม่ได้คิดช่วยครับผมก็ทำใจสบายๆ
ถามมันไปเรื่อยๆคิดเล่นๆว่าคงจะไม่ได้คำตอบหรอกครับ
เพราะตัวผมเองก็ไม่รู้คำตอบครับ แล้วก็คิดว่าไม่มีใครรู้แน่ชัดอยู่แล้ว ผมคิดอย่างงี้
แต่แล้วเหมือนมีเสียงมาจากไหนไม่รู้พรวดใสแจ๋วเข้ามาในสมองผม ปัง
เสียงดังฟังชัด พอได้ฟังคำตอบ ปั๊บ ขนทั้งตัวผมลุกไปหมดครับ
มันเป็นคำตอบ ที่ถูกใจ ถูกต้อง ที่สุด เท่าที่ผมหามาตลอดชีวิตผมเลยครับ
.....เสียงฟังดังใสชัดแจ๋วในสมองว่า.....
......................................................
( ก็มึ-งตื่นไง ไ-อ้ค-วาย มันถึงมีโลกมีจักรวาลนี้ ขึ้นมา ถ้ามึ-งหลับ..หลับในที่นี้หมายถึงตายนะครับ..
โลกนี้จักรวาลนี้ มันก็ไม่มีหรอก ไ-อ้ค-วายคำถามง่ายๆ รู้หรือยังหล่ะทีนี้)
......................................................
โล่งครับ พอผมได้คำตอบขนหัวลุกโล่งเบาทันทีครับมันเหมือนผมตอบโจทย์ถูกต้องเถียงไม่ออกเลยครับ
พอผมได้คำตอบอย่างนี้ก็ถึงร้านอาหารเจ พอดีครับจอดรถลงไปหาข้าวกิน
ผมนั่งกินอาหารเจ อย่างมีความสุขที่สุดครับเหมือนยกภูเขาออกจากอก มันใช่เลย
นี่แหละคือคำตอบที่ถูกใจถูกต้องที่สุดในโลกครับ ใช่เลยๆๆๆๆ สมองผมว่าอย่างนี้โล่งครับโล่ง
จริงๆ คำว่าตื่นแล้วถึงมีโลกนี้จักรวาลนี้ ขึ้นมา มันก็มาคิดต่ออีกว่า เราก็ไม่ใช่คนที่ตื่นมาคนแรกของโลกนี่หว่า
.....แล้วใครหล่ะ???
(ความคิดของผม การตื่นคือ...การตื่นขึ้นมารับรู้สรรพสิ่งรอบตัวรับรู้ดินน้ำลมไฟหนาวร้อนอ้างว้าง)
ทุกๆคนที่ตื่นขึ้นมาในโลกนี้ขณะนี้ไม่ใช่คนแรกที่ตื่นขึ้นมารับรู้ โลกนี้ จักรวาลนี้ ใช่ไหมครับ
แล้วถามว่าถ้ายังงั้นจะต้องมีคนที่ตื่นเป็นคนแรกของจักรวาลของโลกนี้
ตื่นขึ้นมารับรู้สิ่งรอบตัว...พรวดปิ๊ง...ใครปลุกก็ไม่รู้ ตื่น...
เป็นคนแรกของโลก แล้วใครหล่ะที่ตื่นเป็นคนแรกของโลกนี้เป็นสัตว์หรือเป็นคน
มีร่างกายหรือไม่มีร่างกาย หรือเป็นพลังงานที่ตื่น มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ตัวนี้หล่ะคือคำตอบ
ว่าโลกนี้จักรวาลนี้ และจักรวาลอื่นๆกาแล็คซี่อื่นๆเกิดขึ้นได้อย่างไร
คำตอบต้องถาม เจ้าคนที่ตื่นเป็นคนแรกของโลกนี้ นี่แหละตื่นเพราะอะไรใครปลุกมา
คนที่ตื่นขึ้นมาเห็นรับรู้คนแรกของโลกของจักรวาลนี้ ต้องมีแน่นอน ต้องมีคนตื่นก่อนเราแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นอะไรสิ่งนี้เป็นตัวสร้างสรรพสิ่งอย่างแน่นอนที่สุด ชัวร์ป๊าด
สมมุติว่า...ตัวของเราไม่รู้ว่ามีตัวเรานี้อยู่ อยู่ๆก็ตื่นขึ้นมาโพ๊ะเป็นคนแรกของโลกของจักรวาลนี้ มัวเงียๆ
หลังจากหลับไหลหรือนิ่งเงียบมานานเท่าไรไม่รู้อะไรก็แล้วแต่ ด้วยเหตุปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ ที่หลับอยู่
พอ ใส่กุญแจ Start เครื่องตื่นปุ๊บก็ต้องมารับรู้สัมผัสรู้เราก็จะสัมผัสได้ถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยว
มืดสุดกู่ สุดลูกหูลูกตามีแต่เราคนเดียวนี่หว่าพอตื่นมาแล้วก็ไม่อยากหลับ แต่ว่าเรามีพลังนะมีมากเสียด้วยซิ
ถ้าเราไม่มีแรงคงตื่นขึ้นมาไม่ได้หรอกใช่ไหมครับตอนตื่นมา ต้องมีพลัง ไม่มีพลังก็ตาย
แม้แต่รูปร่างยังไม่รู้เป็นยังไงมองก็มองไม่เห็นได้แต่ว่ารับรู้ อะไร อะไรและอะไรและอะไร งง งง
สักพักก็ต้งหลักได้สบาย ก็เกิดความอยากขึ้นมา ไอ้ความอยากนี่หล่ะจะสร้างสรรพสิ่งต่อๆไป
ไม่ยังงั้นมนุษย์คงไม่เจริญมาถึงขนาดนี้หรอกครับ มีรถมีเครื่องบิน แล้วจะมีแปลกๆมาอีกเรื่อยๆครับผมว่า
ความอยากของผมนั้นสมองของผมแปลบอกว่ามันก็คือ...วิวัฒนาการ...นี่เองพออยากปุ๊บ
วิวัฒนาการมันก็เกิดของมันไปเรื่อยๆซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆยากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ภูเขาไฟมันยังอยากมีรูเลยครับ
ตั้งแต่เจ้าตัวที่ตื่นคนแรกเค้าอยากวิวัฒน์มันก็ต้องสร้างใช่ไหมครับ
เจ้าคนที่ตื่นคนแรกนี้มันคงจะมีพลังมากจริงๆครับสร้างดาวโน้นดาวนี้ใหญ่บ้างเล็กบ้าง
ร้อนบ้างเย็นบ้างแล้วก็ไม่ไปอยู่ซักทีสร้างดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ก็ไม่ไปอยู่
ไอ้ความร้อนความเย็นเค้าคงไม่กลัวหรอกครับเพราะเค้ายังไม่มีกายเนื้อ เผลอๆจักรวาลนี้ทั้งหมดคือตัวเค้าเองด้วยซ้ำ
ก็เลยสร้างดวงดาวต่างๆมากมายสร้างมันไปเรื่อยๆก็ยังไม่ชอบใจในที่สุดเอาก็เอาว่ะโลกใบนี้หล่ะว่ะ
ดีที่สุดแล้วมีร้อนอุ่นมีมืดมีสว่างกำลังดีเป็นความอยากแห่งวิวัฒนาการของคนที่ตื่นคนแรกของจักรวาลและของโลกนี้
พออยู่มาไม่ชอบตรงนี้ก็ทำตรงนั้นไม่ชอบตรงนั้นก็ทำตรงนี้ ทุกวันนี้เจ้าตัวหรือคนหรือพลังงานอะไร
ก็แล้วแต่ที่ตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกของโลกเค้าก็ยังไม่พอใจครับเค้าก็ยังวิวัฒน์ของเค้าไปเรื่อยๆซักวันหนึ่ง
เค้าวิวัฒน์จนเค้าคิดว่ามันไม่ดีนี่หว่าเอาใหม่ดีกว่าเมื่อนั้นก็จะถึงวันสิ้นสุดของมนุษย์โลกครับ
เค้าจะลบทำลายแล้วสร้างใหม่อย่างนี้เค้าเรียกว่า หนึ่งกัลป์ ครับเพราะเค้าคิดว่ามันไม่ดี ทำใหม่ดีกว่าแป๊บเดียวเอง
ก็เพราะพวกเรานี่แหละทำเกินกว่าที่เค้ากำหนดเค้าก็จะหันมาทำลายเราเราต้องปรับปรุงตัวเพื่อให้เค้าเห็นว่า
เค้าทำดีแล้วสุขแล้วเรากับเค้าก็จะอยู่ร่วมกันได้อีกนานอย่าให้เค้าต้องสร้าง กัลป์ ใหม่ๆเลยเราต้องปรับปรุงตัวนะ
ทุกวันนี้มนุษย์เราพยายามจะเอาชนะธรรมชาติผู้ซึ่งเป็นคนสร้างเรามาและสรรพสิ่งต่างๆขึ้นมา
สิ่งที่มนุษย์เราต้องการเอาชนะมากที่สุดที่สุดก็คือการเอาชนะความตายอยู่เป็นอมตะ นิรันดร
ไม่แก่ไม่ตาย แต่เจ้าคนที่ตื่นคนแรกเค้าคงไม่ยอมหรอกครับเมื่อไหร่ถ้าเราเอาชนะความตายได้
เมื่อนั้นหล่ะเจ้าคนที่ตื่นคนแรกเค้าจะยอมแพ้เราเอง เราก็จะรู้เองว่าเจ้าคนนี้มันเป็นใครกันแน่
การจะเอาชนะความตายได้มีอยู่หนทางเดียวเท่านั้นก็คือจิตที่หลุดพ้นจากพันธนาการจากเจ้าคนที่ตื่นเป็นคนแรก
เค้าสร้างให้อะไรเรามามากมายเราก็ไม่เอาทั้งนั้น ไม่ยึดไม่หมายไม่เอาเค้าก็ทำอะไรเราไม่ได้มาบังคับเราก็ไม่ได้
เค้าจะไม่ใช่เจ้านายเราอีกต่อไปเมื่อนั้นเราก็ไม่ต้องกลับมาให้เค้ามาวิวัฒนาการเราอีกต่อไป
ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตายนี่คือสิ่งหนึ่งในวิวัฒนาการของเค้าครับไม่รู้จบสิ้นเป็นลูกน้องเค้าไปตลอดไม่รู้กี่ชาติแล้ว
เพราะความอยากนี่แหละครับทำให้พวกเราต้องวิวัฒนาการกันไม่รู้จักจบจักสิ้น อาจจะหลายกัลป์แล้วนะ
แต่ถ้าเมื่อใดที่เค้าคนที่ตื่นคนแรกของโลกนี้หมดความอยากไม่มีวิวัฒน์เมื่อนั้นไม่มีโลกนี้ไม่มีจักรวาลนี้
กลับไปเหมือนตอนที่คนตื่นคนแรกของโลกคนนี้เค้ายังไม่ตื่นขึ้นมา นั่นล่ะจบ หมดโลก หมดคำถาม
ถ้าพวกเราทิ้งความอยากได้เราก็จะหลุดพ้นจากห้วงเหวแห่งวิวัฒนาการของเค้าผมคิดว่าเค้าคงอยาก
ให้พวกเราทั้งหมดในโลกนี้หลุดพ้นจากพันธนาการของเค้าจนไม่เหลือในโลกนี้แม้แต่คนเดียว
เมื่อนั้นแหละเค้าก็จะได้หลับไปตลอดกาลเค้าคงจะเริ่มเบื่อหน่ายในสิ่งที่เค้าตื่นแล้วอยากคือวิวัฒนาการ
แล้วหล่ะ สังเกตุในสิ่งที่เค้าทำซิ ภัยภิบัติต่างๆในโลกนี้ มันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ
เค้าอยากให้พวกเรากลับบ้านเก่ากลับไปอยู่กับเค้าอยู่ด้วยกันกับเค้าแล้วเค้ากับเราจะหลับไปด้วยกันชั่วนิรันดร์..
................................................
......โอม..ถึง..นิพพานัง เถิด...พวกเรา......
................................
ป.ล.หากสิ่งที่ผมเขียนนี้พอจะยังมีประโยชน์บ้าง
ขอให้เป็นปัจจัยส่งผลให้ตัวผมหลุดพ้นจากวังวนแห่งวิวัฒนาการนี้ด้วยเถิด...สาธุ
หากผมใช้คำพูดใดไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกใจใครได้โปรดอภัยให้ผมด้วยนะครับ
ข้าพเจ้า ผู้เขียน
.โอ...ระยอง....

#3 By wirat (125.27.91.91) on 2010-04-13 05:17

อ่านไปชิ่นชมไป
เจอวรรคสุดท้าย ฮาเลย

แต่ยังดีที่เอามาแบ่งปันจ้า

#2 By Naphathara on 2009-07-18 19:31

โอ๊ะ...โอ๋ววว
ตัดไม่ขาด หลุดไม่พ้น
ก็ ต้องวนเวียนกับเรื่องแบบนี้ล่ะค่ะ
double wink

#1 By Peaw-weaw on 2008-06-13 23:07