Ganesh: พระคเณศ

posted on 03 Jul 2006 01:02 by cinemania in Miscellaneous

โอมนะโม พระคะเณศายะ

นะโมนะมะ คันธะมาละ

สิทธาหะนัม กะพะมะนะ

สัมมาอะระหัง วันทามิ

สัมมาอะระหัง วันทามิ


คชครณก หมายความว่า ผู้เสมือนช้าง
คชมุข หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
คชวัทน หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
คชานน หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
คณกรีฑา หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
คณนาถ หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
คณนายก หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
คณปติ หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ พระนามนี้
คณาธยช หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
คเณศวร์ หมายความว่า ผู้ยิ่งใหญ่ในคณะเทพ
คเนศ หมายความว่า ผู้ยิ่งใหญ่ในคณะเทพ
คริมุข หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
คุหาครช หมายความว่า ผู้เป็นพี่ชายของพระขันธกุมาร
ทวิเทหก หมายความว่า ผู้มีร่างกายสองส่วน
ทไวมตุระ หมายความว่า ผู้มีมารดาสององค์คือ พระอุมา และแม่ช้าง
ธูมรวรรณ หมายความว่า ผู้มีผิวกายเหมือนเมฆ หรือควัน
ธูมราภ หมายความว่า ผู้มีผิวดำแดง
ธูมรเกตุ หมายความว่า ธงประจำพระองค์มีสีเหมือนเมฆ หรือควัน
พิฆเณศ หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
พิฆเณศวร หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
พิลไลยาร์ หมายความว่า โอรสแห่งเทพ และชนกชนนีแห่งจักรวาลคือ พระศิวะ และพระอุมา
ศูรปกรรณ หมายความว่า ผู้มีหูเหมือนกระจาด
สิทธิธาดา หมายความว่า ผู้อำนวยความสำเร็จ ผู้ประทานความสำเร็จ
สิทธิบดี หมายความว่า ผู้อำนวยความสำเร็จ ผู้ประทานความสำเร็จ
สุมุข หมายความว่า หน้าตาสวยงาม
เหรัมพะ หมายความว่า ผู้ป้องกัน ผู้คุ้มครอง
อักหูรถะ หมายความว่า ผู้ทรงหนูเป็นพาหนะ
อาขุรถ หมายความว่า ผู้ทรงหนูเป็นพาหนะ
อาครช หมายความว่า พี่ชาย ผู้เป็นพี่ชายของพระขันธกุมาร
เอกทันต์ หมายความว่า ผู้มีงาเดียว เหตุเพราะเกิดต่อสู้กับปรศุราม ถูกปรศุรามขว้างด้วยขวาน
ซึ่งได้รับประทานจากพระอิศวรขว้าง พระคเณศทรงจำได้ว่าเป็นขวานของพระบิดา จึงไม่คิด
ต่อสู้ต่อไป ขวานโดนงาข้างซ้ายห
ัก

บุคคลใดยึดมั่นศรัทธาในองค์พระคเณศ น้อมจิตนมัสการพระองค์ท่านว่า “นโม คเณสายะ
วิฆเนสารายะ
” ย่อมจะได้รับการคุ้มครอง และได้รับการประสิทธิ์ประสาทให้เกิดความสำเร็จ
ในกิจการที่ปรารถนาทุกประการ

โดย ยุพา ประเสริฐยิ่ง ข้อความรู้ลงอินเทอร์เนตคณะศิลปศึกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๘พระคเณศหรือพระพิฆเนศวรนั้นได้ชื่อว่าเป็นเทพสากลทั้งนี้เพราะบัญญัติแห่งศาสนา


พิธีพราหมณ์-ฮินดูได้สถาปนาให้เป็นเทพพระองค์แรกซึ่งต้องกราบไหว้บูชาก่อนเริ่มมงคลพิธีใดๆ
ทั้งทางโลกและทางธรรมยกเว้นงานเดียวที่ต้องห้ามอาราธนา คืองานศพ ด้วยถือว่าเป็นอวมงคลพิธี
พระคเณศ ชาวทมิฬเรียก Pillaiyar ธิเบตเรียก tsoge - bdag พม่าเรียก Maha-pienne จีน
เรียกKangi-ten เขมรเรียก Prah kenes ญี่ปุ่นเรียก Sho-ten , Vinyaksa

พระคเณศเป็นเทพแห่งการขจัดอุปสรรค เป็นเครื่องกีดขวาง ดังนั้นการเคารพ นอบน้อมและ
พลบูชาเพื่อขจัดความขัดข้อง ทั้งหลายให้สิ้นไป ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสำเร็จ

คาถาบูชา

โอม นโม ภัควเต คชานนายะ นะมะหะ

คาถาพระพิฆเณศวร์

โองการพินธุ นาถังอุปปันนัง พรหมมะโน จะอินโธ

พิฆฆะเนศโต มหาเทโว อะหังวันทา มิสัพพะทา สิทธิกิจจัง

สิทธิกัมมัง สิทธิการิยัง ประสิทธิเม

(ใช้สวดเพื่อขอพรหรือปัดเป่าเหตุร้าย)

คาถาบูชาพระพิฆเณศวร์

โอม ตัสสัต โอม มหาเดวะ มหาณัม มหาวัสสกาลัม มหาพิคคะเณ พรหมาณัง วิญญาณัง

นมัสสามิ นโมนะมะ

โอม คเณศายะนะมะ หริโอม ศรีคณปตเย นะมะ

สิทธิสวาหะ หริโอม ศรีคณปต เยนะมะ

โอม คเณศายะ นะมะ

โอม ศรี คเณศายะ นะมะ

ข้าแต่องค์พระพิฆเณศ ผู้เป็นเทพเจ้า แห่งศิลปวิทยา เทพแห่งความสำเร็จ

ขอพระองค์จงอำนวยพรชัย ให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความเจริญในปัญญา ประสบความสำเร็จ
ก้าวหน้าในสัมมาชีพ การงาน การศึกษา ทั้งหลายทั้งปวง

ขอพระองค์จงประทานพรชัย ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ
ธนสารสมบัติ

ขอเทวานุภาพแห่งองค์พระพิฆเณศ อำนวยชัยให้พรแด่กิจการงานต่าง ๆ ของข้าพเจ้า ประสบ-
ความเจริญก้าวหน้าวัฒนาถาวรยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเทอญ


ตำนานพระพิฆเณศวร์

เชื่อกันว่า ลัทธิการบูชาพระคเณศนั้น น่าจะมาจากชนพื้นเมืองดั้งเดิมของอินเดีย ซึ่งเป็นลัทธ
การบูชาสัตว์ หรือลัทธิแห่งชัยชนะเหนือธรรมชาติ ชนพื้นเมืองของอินเดีย เชื่อกันว่าหนูเป็น
สัญลักษณ์ของความมืด พระคเณศทรงขี่หนูจึงหมายถึงชัยชนะของแสงอาทิตย์ที่ขจัดความมืด
ให้สิ้นสุดลง

พระคเณศอาจจะมีต้นกำเนิดมาจากการเป็นเทพประจำเผ่าของคนป่า ที่อาศัยอยู่ในป่าเขาอัน
กว้างใหญ่ของอินเดีย คนเหล่านี้ต้องเผชิญกับฝูงช้างอันน่ากลัวจึงเกิดการเคารพในรูปของช้าง
เพื่อให้ปกป้องคุ้มครองและพัฒนาต่อมาเป็นเทพชั้นสูงของชาวอารยัน

ต่อมาได้พัฒนาเป็นเทพผู้ขจัดซึ่งอุปสรรค มีความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ ทั้งยังได้รับการยกย่อง
ให้เป็นหัวหน้าของเทพที่มีเศียรเป็นสัตว์ทั้งหลาย จนกระทั่งมีการรจนาปกรณ์ให้เป็นโอรสของ
พระศิวะเทพและพระนางปราวตีในเวลาต่อมา

แต่ในแง่ของคัมภีร์ทางศาสนาพราหมณ์ได้บรรยายจุดกำเนิดของพระคเณศไว้หลากหลาย
ตำนานตามความเชื่อในแต่ละลัทธิ พอจะสรุปเป็นหลักๆได้ดังนี้

ตำนานที่ 1. วิฆเนศวรปราบอสูรและรากษส

อสูรและรากษสได้ทำการบวงสรวงพระศิวะจนได้คำพรจากพระศิวะหลายประการ ยังให้เหล่า
อสูรกลุ่มนี้ฮึกเหิมก่อความเดือดร้อนเป็นอันมาก พระอินทร์จึงทรงนำเทวดาทั้งหลายไปเข้าเฝ้า
อ้อนวอนต่อพระศิวะ ขอให้พระองค์สร้างเทพแห่งความขัดข้องขึ้น เพื่อขัดขวางความพยายาม
ของอสูรและรากษส พระองค์จึงทรงแบ่งส่วนกายหนึ่งให้เกิดบุรุษร่างงามจากครรภ์ของพระนาง
ปราวตีและตั้งพระนามว่าวิฆเนศวร เพื่อทำหน้าที่ขวางทางอสูร รากษส และคนชั่วมิให้ทำการ
บัดพลีเพื่อขอพรจากพระศิวะ ทั้งยังเป็นผู้เปิดทางอำนวยความสะดวกต่อเทวดาและคนดีเพื่อ
เป็นหนทางสู่ความสำเร็จ

ตำนานที่ 2. ปราวตีนำเหงื่อไคลปั้นเป็นลูก

ครั้งหนึ่ง ชยาและวิชยา พระสหายของนางปราวตีได้แนะนำว่าปกติพระนางมักจะต้องใช้บริวาร
ของพระศิวะอยู่เป็นประจำ ถ้าหากพระนางจะมีบริวารเป็นของตนเองก็คงจะดีไม่น้อย พระนาง
เห็นด้วย จนวันหนึ่งขณะที่ทรงสรงน้ำอยู่ตามลำพังก็ทรงนึกถึงคำพูดของพระสหายจึงได้นำเอา
เหงื่อไคลออกมาสร้างบุรุษรูปงาม สั่งให้ไปยืนเฝ้าทวาร มิให้ใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
เป็นอย่างนี้มาหลายเพลา จนวันหนึ่งพระศิวะได้เสด็จมา ฝ่ายลูกก็ป้องกันแข็งขัน โดยไม่รู้ว่า
นั่นคือพ่อพระศิวะโกรธก็เลยสั่งให้ภูติและคณะของตนเข้าสังหารทวารบาลพระองค์นั้น บ้างก็ว่า
พระศิวะพุ่งตรีศูลตัดเศียรลูก บ้างก็ว่าพระวิษณุเทพที่มาช่วยรบนั้นใช้จักรตัดเศียร ความทราบถึง
พระนางปราวตีจึงเกิดศึกใหญ่ระหว่างเทพและเทพีขึ้นบนสวรรค์

ฝ่ายฤาษีนารอดอดรนทนไม่ได้ จึงได้เป็นทูตสันติภาพขอเจรจากับนางปราวตีเพื่อสงบศึก นาง
บอกว่าจะสงบศึกก็ต่อเมื่อลูกของนางฟื้นเท่านั้น

พระศิวะจึงสั่งให้เทวดาเดินทางไปทิศเหนือ ให้เอาศีรษะของสิ่งมีชีวิตสิ่งแรกที่พบมาต่อกับโอรส
ของนางปราวตี ปรากฏว่าเทวดาได้เศียรของช้างซึ่งมีงาเพียงข้างเดียวมา เมื่อพระคเณศฟื้นขึ้นมา
ทราบความจริงว่า พระศิวะคือพระบิดาก็ตรงเข้าไปขอโทษเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พระศิวะพอใจ
มากประสาทพรให้พระคเณศมีอำนาจเหนือภูติผีทั้งหลายและทรงแต่งตั้งให้เป็นคณปติ

ตำนานที่ 3. ขวางทางคนชั่วไปเทวาลัยโสมนาถและโสมีศวร

พระนางปราวตีทรงเอาน้ำมันที่ใช้ในการสรงน้ำมาผสมกับเหงื่อไคลปั้นเป็นรูปคนแต่มีเศียรเป็น
ช้างจากนั้นได้เอาน้ำจากพระคงคาปะพรมให้มีชีวิตขึ้น เพื่อทำการขัดขวางแก่คนชั่วที่จะไปบูชา
ศิวะลึงค์ที่เทวาลัยโสมนาถและเทวาลัยโสมีศวรเพราะคนเหล